วิธีทำปลาทอดขมิ้นให้หอม กรอบ อร่อยมีสีเหลืองสวยได้อย่างไร ?

“ปลาทอดขมิ้น” เป็นเมนูยอดนิยมจากภาคใต้ของไทย โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมของขมิ้น เนื้อสัมผัสที่กรอบนอกนุ่มในและสีเหลืองทองสวยงามตามธรรมชาติ การผสมผสานระหว่างขมิ้นสด กระเทียม พริกไทยดำและเนื้อปลา ทำให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งกลมกล่อมและหอมละมุน โดยทั่วไปมักเสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ผักสด และน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน

การทำปลาทอดขมิ้นให้หอมกลิ่นสมุนไพร เนื้อปลาด้านนอกกรอบสนิทแต่เนื้อด้านในยังนุ่มฉ่ำและสีเหลืองสวยน่ารับประทาน การทำปลาทอดขมิ้นให้อร่อยที่บ้านไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะทำให้ได้หนังที่กรอบ เนื้อปลาที่นุ่ม สีเหลืองทองสวยและมีกลิ่นหอมเย้ายวนใจนั้น จำเป็นต้องใส่ใจตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การปรุงรส การเตรียมปลา ไปจนถึงเทคนิคการทอด

คู่มือฉบับนี้จะอธิบายขั้นตอนการทำปลาทอดขมิ้นแบบไทยอย่างละเอียด พร้อมเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณทำเมนูนี้ออกมาได้อร่อยระดับร้านอาหาร
1. การเลือกปลาสำหรับทำปลาทอดขมิ้น

ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือการเลือกปลาที่สดใหม่และมีเนื้อแน่น เพราะปลาที่สดจะคงรูปทรงได้ดีในระหว่างการทอด และให้รสชาติหวานตามธรรมชาติ

ปลาที่นิยมนำมาใช้ ได้แก่:

ปลาทู: มีรสชาติเข้มข้น เนื้อค่อนข้างแน่น เข้ากันได้ดีกับการปรุงรสสไตล์ปักษ์ใต้

ปลากะพง: มีเนื้อสีขาวนุ่ม รสชาติอ่อนๆ ซึ่งดูดซับเครื่องปรุงขมิ้นได้เป็นอย่างดี

ปลานิล: เป็นตัวเลือกที่ราคาไม่แพง เตรียมง่าย และเหมาะสำหรับมื้ออาหารทั่วไป

ปลาเก๋า: มีเนื้อแน่นและสัมผัสที่ดี เหมาะสำหรับการนำมาทอด

ปลาขนาดเล็ก (ทั้งตัว): เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทานปลาแบบกรอบๆ พร้อมกับกระเทียมและขมิ้นทอดหอมๆ

ในการเลือกปลา ควรสังเกตที่ดวงตาต้องใส เนื้อต้องแน่น ผิวหนังเป็นมันวาว และมีกลิ่นสดสะอาดแบบธรรมชาติ หลีกเลี่ยงปลาที่มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ หรือมีเนื้อที่นิ่มเละหรือเสียหาย

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรเลือกปลาที่มีขนาดใกล้เคียงกัน เพื่อให้สุกพร้อมกันอย่างทั่วถึง

2. วัตถุดิบสำคัญสำหรับปลาทอดขมิ้นสไตล์ไทยแท้

กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์และสีเหลืองทองของเมนูนี้ มาจากการใช้ขมิ้นสดผสมผสานกับกระเทียมและเครื่องปรุงรสต่างๆ ส่วนประกอบหลัก

ปลาทั้งตัวขนาดกลาง 1 ตัว หรือเนื้อปลาหั่นชิ้น ปริมาณประมาณ 500 กรัม

ขมิ้นสดโขลกละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

กระเทียม 8–10 กลีบ

พริกไทยป่น (ขาวหรือดำ) 1 ช้อนชา

น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

เกลือ 1/2 ช้อนชา

แป้งข้าวจ้าว 1 ช้อนโต๊ะ

แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันพืชสำหรับทอด

ส่วนประกอบเพิ่มเติม (เลือกใส่ได้)

รากผักชีเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอม

น้ำตาลปี๊บเล็กน้อยเพื่อตัดรส

หอมเจียวสำหรับโรยหน้า

แตงกวาสดและกะหล่ำปลีสำหรับรับประทานเคียง

การใช้ขมิ้นสดมีความสำคัญมาก เพราะให้กลิ่นหอมที่เป็นธรรมชาติและสีเหลืองที่สดใสกว่าการใช้ผงขมิ้นทั่วไป

3. การเตรียมขมิ้นสดเพื่อให้ได้กลิ่นหอมและสีสันที่โดดเด่น

ขมิ้นถือเป็นหัวใจสำคัญที่สร้างเอกลักษณ์ให้กับเมนูนี้ ในรากขมิ้นสดมีสารสีตามธรรมชาติที่ทำให้เกิดสีเหลืองอมส้มอันเป็นเอกลักษณ์

ขั้นตอนการเตรียมขมิ้น:

ล้างรากขมิ้นให้สะอาดหมดจดเพื่อกำจัดดินและสิ่งสกปรก

ปอกเปลือกชั้นนอกออกหากจำเป็น

หั่นขมิ้นเป็นชิ้นเล็กๆ

นำไปโขลกด้วยครกจนละเอียด

ผสมรวมกับกระเทียมและพริกไทยที่โขลกไว้แล้ว

การโขลกส่วนผสมจะช่วยปลดปล่อยน้ำมันหอมระเหยและสารให้กลิ่นตามธรรมชาติออกมา ทำให้เครื่องปรุงเคลือบเนื้อปลาได้อย่างทั่วถึง

เคล็ดลับสำคัญคือควรเลือกใช้ขมิ้นสดแทนการใช้ผงขมิ้นเพียงอย่างเดียว เพราะขมิ้นสดให้กลิ่นที่ซับซ้อนและสีสันที่เป็นธรรมชาติมากกว่า

ควรสวมถุงมือขณะเตรียมขมิ้นสด เนื่องจากสีเหลืองจากขมิ้นอาจติดมือหรือเปื้อนพื้นผิวต่างๆ ในครัวได้

4. การหมักปลาเพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้นและอร่อย

การหมักปลาอย่างถูกวิธีจะช่วยให้เครื่องปรุงซึมเข้าสู่เนื้อปลา ทั้งยังช่วยลดกลิ่นคาวของปลาได้อีกด้วย

ขั้นตอนการหมัก:

ทำความสะอาดปลา โดยเอาเครื่องในและเหงือกออกให้หมด

ล้างผ่านน้ำอย่างรวดเร็วแล้วซับให้แห้งสนิทด้วยกระดาษอเนกประสงค์

บั้งเนื้อปลาทั้งสองด้านให้เป็นรอยตื้นๆ

ผสมขมิ้น กระเทียม พริกไทย น้ำปลา และเกลือที่เตรียมไว้เข้าด้วยกัน

ทาเครื่องปรุงให้ทั่วตัวปลา รวมถึงตามรอยบั้งและภายในท้องปลา

หมักปลาทิ้งไว้ในตู้เย็นประมาณ 20–30 นาที การบากเนื้อปลาตื้นๆ จะช่วยให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อได้ทั่วถึง และช่วยให้ความร้อนกระจายเข้าสู่เนื้อปลาได้อย่างสม่ำเสมอในระหว่างการทอด

ควรหลีกเลี่ยงการหมักปลาไว้นานเกินไป โดยเฉพาะเมื่อใช้เครื่องปรุงที่มีรสเค็มในปริมาณมาก เพราะอาจส่งผลต่อเนื้อสัมผัสตามธรรมชาติของปลาได้

5. เคล็ดลับการทอดปลาให้กรอบพิเศษ

ความกรอบที่ผิวด้านนอกถือเป็นหนึ่งในลักษณะเด่นที่น่าประทับใจที่สุดของเมนูปลาทอดขมิ้นสไตล์ไทย

เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่การควบคุมความชื้นบนผิวปลาและการใช้ส่วนผสมของแป้งที่เหมาะสม

ให้ผสมแป้งข้าวจ้าวและแป้งข้าวโพดในสัดส่วนที่เท่ากัน จากนั้นนำปลาที่หมักไว้มาคลุกแป้งบางๆ ก่อนนำลงทอดทันที

แป้งข้าวจ้าวจะช่วยให้ได้ชั้นแป้งที่บางและกรอบ ส่วนแป้งข้าวโพดจะช่วยเพิ่มความกรุบกรอบที่ละเอียดนวลยิ่งขึ้น
เนื้อสัมผัส

หลีกเลี่ยงการใช้แป้งมากเกินไป เพราะชั้นแป้งที่หนาจะบดบังรสชาติธรรมชาติของขมิ้นและกระเทียม

อีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญคือ ต้องทำให้ปลาแห้งสนิทก่อนนำไปคลุกแป้ง เพราะความชื้นส่วนเกินอาจทำให้น้ำมันกระเด็นและขัดขวางไม่ให้ผิวของปลาทอดกรอบได้

6. เทคนิคการทอดที่ถูกต้องเพื่อให้ได้สีเหลืองทองสวยงาม

อุณหภูมิในการทอดเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดประการหนึ่งในการทำปลาทอดขมิ้นให้น่ารับประทาน

ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:

ขั้นตอนที่ 1: ตั้งน้ำมัน

เทน้ำมันพืชลงในกระทะก้นลึกให้มีปริมาณมากพอที่จะท่วมเนื้อปลาอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของความหนา ตั้งน้ำมันให้ร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 170–180°C (340–355°F)

ขั้นตอนที่ 2: ทดสอบอุณหภูมิน้ำมัน

ลองใส่ส่วนผสมแป้งชิ้นเล็กๆ ลงไป หากมีฟองอากาศผุดขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอและลอยขึ้นสู่ผิวน้ำมัน แสดงว่าน้ำมันได้ที่แล้ว

ขั้นตอนที่ 3: ทอดปลา

ค่อยๆ หย่อนปลาลงในน้ำมันร้อน หลีกเลี่ยงการขยับปลาในทันที เพราะชั้นแป้งที่เคลือบอยู่ต้องใช้เวลาในการเซ็ตตัว

ขั้นตอนที่ 4: ควบคุมความร้อน

รักษาอุณหภูมิให้คงที่ในระดับปานกลาง หากใช้ความร้อนสูงเกินไป ขมิ้นและกระเทียมอาจไหม้ก่อนที่เนื้อปลาจะสุกทั่วถึง

ขั้นตอนที่ 5: พลิกปลา

เมื่อด้านแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองและเซ็ตตัวดีแล้ว ให้ค่อยๆ พลิกปลาเพื่อให้สุกทั่วถึงทั้งสองด้าน

ขั้นตอนที่ 6: ตักขึ้นและสะเด็ดน้ำมัน

เมื่อปลาสุกได้ที่และมีสีเหลืองทองสวยงามแล้ว ให้ตักขึ้นวางบนตะแกรงเพื่อสะเด็ดน้ำมันส่วนเกินออก

สำหรับปลาที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ระยะเวลาในการทอดจะนานขึ้น ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าส่วนที่หนาที่สุดของปลามีอุณหภูมิภายในอยู่ที่ 63°C (145°F) ซึ่งเป็นระดับที่ปลอดภัยสำหรับการรับประทาน

7. เคล็ดลับป้องกันไม่ให้ขมิ้นและกระเทียมไหม้

แม้ขมิ้นและกระเทียมจะให้กลิ่นหอมเย้ายวนใจ แต่หากโดนความร้อนสูงเกินไปก็อาจทำให้มีรสขมได้

นี่คือเทคนิคที่เป็นประโยชน์:

หลีกเลี่ยงการทอดด้วยไฟแรงจัด

ใช้กระเทียมที่โขลกละเอียด แทนการใช้กระเทียมชิ้นใหญ่ซึ่งอาจไหม้ได้ง่าย

อย่าใส่น้ำตาลในเครื่องหมักมากเกินไป

หากเศษกระเทียมหรือขมิ้นที่ติดอยู่บนผิวปลาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มเร็วเกินไป ให้ตักออกบ้าง รักษาอุณหภูมิในการทอดให้คงที่

หลีกเลี่ยงการใส่ปลาลงในกระทะมากเกินไป เพราะจะทำให้อุณหภูมิน้ำมันลดลงและปลาจะสุกไม่ทั่วถึง

เพื่อให้หน้าตาอาหารดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น คุณสามารถเตรียมกระเทียมเจียวและขมิ้นทอดแยกต่างหากโดยใช้ไฟกลาง จากนั้นตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วนำไปโรยบนตัวปลาก่อนเสิร์ฟ

วิธีนี้จะช่วยเพิ่มความหอมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่าเครื่องปรุงที่คลุกอยู่บนตัวปลาจะไหม้เสียก่อน

8. เคล็ดลับการทำให้ปลาทอดมีสีเหลืองทองสวยงาม

สีเหลืองทองอันน่ารับประทานของ “ปลาทอดขมิ้น” มาจากขมิ้นสดเป็นหลัก

เทคนิคที่ช่วยให้ได้สีเหลืองสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ มีดังนี้:

เลือกใช้ขมิ้นสดที่มีเนื้อด้านในเป็นสีเหลืองอมส้มเข้ม

โขลกขมิ้นให้ละเอียดเพื่อให้สีธรรมชาติออกมาเต็มที่

คลุกเคล้าส่วนผสมขมิ้นให้ทั่วตัวปลาอย่างสม่ำเสมอ

หลีกเลี่ยงการใส่แป้งมากเกินไปจนกลบสีธรรมชาติของขมิ้น

ควบคุมอุณหภูมิในการทอดให้เหมาะสม

เมื่อทอดเสร็จแล้ว ควรพักปลาให้สะเด็ดน้ำมัน เพื่อรักษาความกรอบเอาไว้

ไม่จำเป็นต้องใช้สีผสมอาหาร เพราะขมิ้นสดให้สีเหลืองทองที่สวยงามเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว

ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือปลาควรมีสีเหลืองทองและขอบเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ไม่ใช่สีน้ำตาลเข้มหรือมีรอยไหม้

9. เครื่องเคียงและน้ำจิ้มที่เข้ากันได้ดี

ปลาทอดขมิ้นจะยิ่งอร่อยขึ้นเมื่อรับประทานคู่กับเครื่องเคียงที่เหมาะสม

เครื่องเคียงที่นิยมรับประทานคู่กัน ได้แก่:

ข้าวสวยหอมมะลิ: กลิ่นหอมอ่อนๆ และเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลจะช่วยตัดกับรสชาติเข้มข้นของปลาทอดได้เป็นอย่างดี

น้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน: ทำจากพริกสด กระเทียม น้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลเล็กน้อย ให้รสชาติที่สดชื่นและตัดเลี่ยนได้ดี

ผักสด: เช่น แตงกวา กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว และผักกาดหอม ช่วยเพิ่มความสดกรอบและสร้างสมดุลให้กับเมนูทอด

กระเทียมเจียวกรอบ: ช่วยเพิ่มความหอมและเนื้อสัมผัสที่กรุบกรอบ

น้ำพริกแบบปักษ์ใต้: ช่วยเสริมประสบการณ์การรับประทานอาหารไทยสไตล์ภาคใต้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

สำหรับน้ำจิ้มซีฟู้ดแบบง่ายๆ สามารถทำได้โดยการโขลกกระเทียมกับพริก แล้วนำไปผสมกับน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลเล็กน้อย

10. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำปลาทอดขมิ้น

แม้ว่าเมนูนี้จะใช้วัตถุดิบที่ไม่ซับซ้อน แต่ก็มีข้อผิดพลาดบางประการที่อาจส่งผลต่อผลลัพธ์สุดท้ายได้ ปัญหาที่พบบ่อย

วิธีแก้ไข

เนื้อปลาแฉะหรือนิ่มเกินไป

ซับเนื้อปลาให้แห้งสนิทก่อนปรุงรส

ขมิ้นมีรสขม

หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนสูงเกินไปขณะทอด

เนื้อปลาไม่กรอบ

ใช้แป้งข้าวจ้าวผสมกับแป้งข้าวโพด

สีเข้มเกินไป

ควบคุมอุณหภูมิของน้ำมันให้เหมาะสม

เครื่องปรุงไม่ซึมเข้าเนื้อ

บั้งเนื้อปลาตื้นๆ ก่อนนำไปหมัก

เนื้อปลาแตกหรือเละ

รอให้แป้งที่เคลือบเซ็ตตัวก่อนค่อยพลิกด้าน

รสชาติเค็มเกินไป

ระมัดระวังในการปรุงรสด้วยน้ำปลาและเกลือ

การเข้าใจปัญหาเหล่านี้จะช่วยให้คุณทำอาหารเมนูนี้ได้ผลลัพธ์ที่ดีสม่ำเสมอในทุกครั้งที่ทำ

11. คุณค่าทางโภชนาการของปลาทอดขมิ้น

ปลาเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่มีประโยชน์ ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และสนับสนุนการทำงานตามปกติของร่างกาย

นอกจากนี้ ปลาบางชนิดยังเป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 อีกด้วย
วิตามินบี 12 ซีลีเนียม และสารอาหารสำคัญอื่น ๆ

ขมิ้นมีสารเคอร์คูมิน (curcumin) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติและได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวางในด้านคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ

กระเทียมยังมีสารประกอบที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ ซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์และคุณค่าทางโภชนาการของกระเทียม

อย่างไรก็ตาม ปลาทอดขมิ้นก็ยังถือเป็นเมนูทอด ปริมาณน้ำมันที่ถูกดูดซับระหว่างการปรุงอาจเพิ่มพลังงานให้กับอาหารจานนี้ได้ ผู้ที่ต้องการควบคุมปริมาณไขมันสามารถรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ โดยเสิร์ฟคู่กับผักสดและข้าวสวย

12. เคล็ดลับการทำปลาทอดขมิ้นสำหรับธุรกิจอาหารแบบโฮมเมด

ปลาทอดขมิ้นสามารถเป็นเมนูที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจอาหารแบบโฮมเมดได้ เนื่องจากใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายและมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น

ข้อแนะนำที่นำไปปฏิบัติได้จริงมีดังนี้:

เลือกปลาจากแหล่งที่เชื่อถือได้เพื่อให้มั่นใจถึงความสดใหม่อยู่เสมอ

กำหนดปริมาณขมิ้นและเครื่องปรุงให้เป็นมาตรฐานในทุก ๆ จาน

ควบคุมอุณหภูมิในการทอดและระยะเวลาในการปรุงให้คงที่

ซับน้ำมันส่วนเกินออกก่อนนำไปบรรจุ

แยกกระเทียมทอดและขมิ้นทอดไว้ต่างหาก จนกว่าจะถึงขั้นตอนการจัดเสิร์ฟหรือบรรจุ

เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ระบายไอน้ำได้ เพื่อลดการเกิดหยดน้ำภายใน

ถ่ายภาพปลาภายใต้แสงธรรมชาติเพื่อเน้นสีเหลืองทองที่สวยงาม

สำหรับการจัดส่งเดลิเวอรี หลีกเลี่ยงการบรรจุเนื้อปลาที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ ๆ ในภาชนะที่ปิดสนิทขณะที่ปลายังร้อนจัด เพราะความชื้นที่สะสมอยู่ภายในจะทำให้แป้งที่กรอบกลายเป็นความนิ่มได้

เทคนิคการทอดให้กรอบและสีสวย
ตั้งกระทะใส่น้ำมัน: ใช้ไฟกลางค่อนไปทางแรงให้น้ำมันร้อนจัด (แต่ควันต้องไม่ขึ้นขโมน)
ลงทอด: นำปลาลงทอด อย่าเพิ่งรีบกลับด้าน ปล่อยให้ผิวปลาเซ็ตตัวและเหลืองกรอบก่อน (ประมาณ 3-5 นาที dependiendo ขนาดของปลา)
ใส่เครื่องกระเทียมขมิ้น: ช่วงกลางของการทอด (หรือถ้ากลัวไหม้ ให้ใส่กระเทียมขมิ้นที่เหลือลงไปในกระทะพร้อมปลา หรือจะทยอยใส่ช่วงท้าย) คนเบาๆ ให้เครื่องขมิ้นเหลืองกรอบพร้อมกับตัวปลา
เร่งไฟก่อนตักขึ้น: ก่อนตักขึ้นให้เร่งไฟแรงขึ้นเล็กน้อย 10 วินาที เพื่อไล่น้ำมัน ทำให้ปลาไม่อมน้ำมันและกรอบนานขึ้น
ตักสะเด็ดน้ำมัน: ตักขึ้นพักไว้บนตะแกรงหรือกระดาษซับน้ำมัน

เคล็ดลับเพิ่มเติมความอร่อย
น้ำมันที่ใช้: ควรใช้น้ำมันใหม่และมีจุดเกิดควันสูง เช่น น้ำมันปาล์มหรือน้ำมันรำข้าว
การเสิร์ฟ: ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ แกล้มด้วยแตงกวา ผักชี และพริกน้ำปลา หรือน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ จะช่วยตัดเลี่ยนและเข้ากันได้ดีมาก
การเตรียมอาหารแต่ละจานตามสูตรมาตรฐานจะช่วยรักษาทั้งรสชาติ รูปลักษณ์ และต้นทุนอาหารให้คงที่

การทำปลาทอดขมิ้นให้อร่อยนั้น ไม่ใช่แค่เพียงการนำปลามาคลุกขมิ้นแล้วทอดในน้ำมันร้อนเท่านั้น เคล็ดลับความสำเร็จอยู่ที่การเลือกปลาที่สดใหม่ การเตรียมขมิ้นและกระเทียมสดอย่างถูกวิธี การหมักปลาให้ทั่วถึง การควบคุมความชื้นที่ผิวปลา และการรักษาอุณหภูมิในการทอดให้เหมาะสม

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรใช้ขมิ้นสดเพื่อให้ได้สีเหลืองทองตามธรรมชาติ ผสมแป้งข้าวจ้าวเข้ากับแป้งข้าวโพดเพื่อให้ได้ความกรอบเป็นพิเศษ และทอดจนผิวด้านนอกเป็นสีเหลืองทองสวยงาม ในขณะที่เนื้อปลายังคงความชุ่มฉ่ำและนุ่มนวล

เสิร์ฟคู่กับข้าวหอมมะลิ ผักสดและน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน เพื่อมื้ออาหารไทยที่สมบูรณ์แบบและน่าประทับใจ ไม่ว่าจะทำรับประทานเองในครอบครัวหรือทำขายในรูปแบบธุรกิจอาหารภายในบ้าน เมนู “ปลาทอดขมิ้น” ถือเป็นอาหารที่ทำง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยรสชาติ โดยเป็นการผสมผสานวัตถุดิบตามแบบฉบับปักษ์ใต้เข้ากับการจัดจานที่สวยงาม พร้อมด้วยกลิ่นหอมเย้ายวนใจที่ใครได้สัมผัสก็ต้องหลงใหล