ในธุรกิจอาหารที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอาหารสั่งทำ ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติที่ยอดเยี่ยมเพียงอย่างเดียว การปรับเมนูอย่างชาญฉลาดสามารถเพิ่มกำไร เพิ่มความรวดเร็วในการบริการและกระตุ้นยอดขายรายวันได้อย่างมากโดยไม่ต้องขึ้นราคามากเกินไป ด้วยการปรับเมนูอาหารสั่งทำอย่างมีกลยุทธ์
คุณสามารถเปลี่ยนร้านอาหารหรือแผงขายอาหารขนาดเล็กให้กลายเป็นธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสูงได้ การวางแผน Menu Engineering หรือวิศวกรรมเมนู เพื่อจูงใจให้ลูกค้าจ่ายมากขึ้นโดยที่เราเหนื่อยเท่าเดิมหรือน้อยลง
บทความนี้จะสำรวจวิธีการที่ใช้ได้จริงและได้รับการพิสูจน์แล้วในการปรับปรุงเมนูอาหารตามสั่ง เพื่อเพิ่มผลกำไรสูงสุดและบรรลุการเติบโตของยอดขายอย่างยั่งยืน
1. ลดความซับซ้อนของเมนูเพื่อลดต้นทุนและของเหลือทิ้ง
หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเพิ่มผลกำไรคือการลดความซับซ้อนของเมนูการมีเมนูมากเกินไปอาจนำไปสู่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น การสิ้นเปลืองอาหาร และเวลาในการเตรียมอาหารที่ช้าลง
วิธีการปรับให้เหมาะสมที่สุด:
เน้นเมนูขายดีและลดจำนวนเมนูที่ไม่เป็นที่ต้องการ
ใช้วัตถุดิบร่วมกันในเมนูอาหารหลายรายการ
ลดปริมาณซอสหรือเครื่องปรุงพิเศษที่ใช้ไม่บ่อยลง
การมีเมนูที่เล็กลงช่วยให้ควบคุมสินค้าคงคลังได้ดีขึ้น ปรุงอาหารได้เร็วขึ้น และได้คุณภาพอาหารสม่ำเสมอมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและกระตุ้นให้กลับมาซื้อซ้ำ
2. ออกแบบเมนูอาหารจานเด่นที่สร้างกำไรสูง
ไม่ใช่ทุกเมนูอาหารจะสร้างกำไรได้เท่ากัน บางเมนูอาจขายดีแต่กำไรต่อหน่วยต่ำ จึงควรค้นหาและโปรโมต เมนู เด็ดที่สร้างกำไรสูง
เคล็ดลับในการสร้างสรรค์เมนูอาหารที่มีกำไรสูง:
เลือกใช้โปรตีนราคาไม่แพง เช่น ไก่ ไข่ เต้าหู้ หรือหมูสับ
เพิ่มมูลค่าด้วยซอส เครื่องปรุง หรือการจัดตกแต่ง แทนที่จะใช้ส่วนผสมราคาแพง
สร้างเวอร์ชัน “พิเศษเฉพาะของทางร้าน” โดยมีราคาสูงกว่าเล็กน้อย
เมนูเด่นที่เป็นเอกลักษณ์จะช่วยให้ลูกค้ามีเหตุผลชัดเจนในการเลือกร้านของคุณเหนือคู่แข่ง ในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มผลกำไรโดยรวมอีกด้วย
3. ปรับขนาดส่วนของอาหารอย่างมีกลยุทธ์
การควบคุมปริมาณอาหารมีบทบาทสำคัญในการบริหารต้นทุน ปริมาณอาหารที่มากเกินไปจะลดกำไร ในขณะที่ปริมาณอาหารที่น้อยเกินไปอาจทำลายความไว้วางใจของลูกค้า
แนวปฏิบัติที่ดีที่สุด:
กำหนดขนาดส่วนให้ได้มาตรฐานโดยใช้เครื่องมือวัด
เสนอส่วนเสริมเพิ่มเติมที่เป็นตัวเลือกแทนที่จะกำหนดขนาดส่วนประกอบเริ่มต้นที่ใหญ่กว่า
ระบุตัวเลือกขนาด (ปกติ / ขนาดใหญ่พิเศษ) พร้อมราคาที่ชัดเจน
แนวทางนี้ช่วยรักษาคุณค่าที่รับรู้ได้ ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งอาหารของตนเองได้ ซึ่งมักนำไปสู่มูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ยที่สูงขึ้น
4. เพิ่มยอดขายด้วยสินค้าเสริมและชุดสินค้าสุดคุ้ม
ส่วนเสริมและชุดสินค้าแบบคอมโบเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มยอดขายโดยไม่เพิ่มความซับซ้อนในการดำเนินงาน
ตัวอย่าง:
เพิ่มไข่ เพิ่มเนื้อ หรือซอสพิเศษ
ชุดอาหารพร้อมเครื่องดื่มหรือเครื่องเคียง
ตัวเลือกการอัปเกรดสำหรับส่วนผสมระดับพรีเมียม
การเพิ่มเติมเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้สามารถเพิ่มกำไรต่อการสั่งซื้อได้อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็มอบทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นให้กับลูกค้า
5. เมนูราคาที่พิจารณาจากมูลค่า ไม่ใช่แค่ต้นทุน
ผู้ขายอาหารหลายรายตั้งราคาอาหารต่ำกว่าความเป็นจริงเพราะกลัวเสียลูกค้า แต่ในความเป็นจริงแล้ว ลูกค้าเต็มใจจ่ายมากขึ้นเมื่อพวกเขารู้สึกว่าได้รับความคุ้มค่า
กลยุทธ์การกำหนดราคา:
เน้นความสดใหม่ ความสะอาด และความรวดเร็วในการบริการ
ใช้ราคาที่ปัดเศษเพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
จัดวางรายการอาหารที่มีกำไรสูงไว้ด้านบนหรือตรงกลางของเมนู
การจัดวางเมนูอย่างดีจะช่วยนำทางลูกค้าไปยังสินค้าที่ให้ประโยชน์ทั้งต่อตัวลูกค้าและธุรกิจของคุณอย่างแนบเนียน
6. ปรับความเร็วในการปรุงอาหารให้เหมาะสมในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุด
บริการที่รวดเร็วขึ้นหมายถึงจำนวนคำสั่งซื้อที่มากขึ้นในช่วงเวลาที่มีลูกค้าเยอะ การปรับปรุงเมนูควรเอื้อต่อการเตรียมอาหารอย่างรวดเร็ว
วิธีเพิ่มความเร็ว:
เตรียมซอสและส่วนผสมล่วงหน้า
จำกัดจำนวนคำขอปรับแต่งพิเศษในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก
จัดกลุ่มอาหารประเภทเดียวกันไว้ด้วยกันในเมนู
การลดเวลาในการปรุงอาหารช่วยให้คุณสามารถให้บริการลูกค้าได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนด้านพนักงาน
7. นำความคิดเห็นของลูกค้ามาใช้เพื่อปรับปรุงเมนูให้ดียิ่งขึ้น
พฤติกรรมของลูกค้าเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ดีที่สุดของความสำเร็จของเมนูอาหาร ติดตามว่าเมนูไหนขายดีที่สุดและรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้า
ขั้นตอนการดำเนินการ:
สังเกตแบบแผนการขายรายวัน
สอบถามข้อเสนอแนะจากลูกค้าประจำ
ทดลองชิมเมนูใหม่ ๆ ที่มีให้บริการเฉพาะช่วงเวลาจำกัด
การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เมนูของคุณยังคงทันสมัยและสร้างผลกำไรได้
ปรับเปลี่ยนเมนูเล็กน้อย ส่งผลให้ธุรกิจเติบโตอย่างมหาศาล
การปรับปรุงเมนูอาหารตามสั่งให้เหมาะสมนั้นไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาล เพียงแค่ลดตัวเลือกให้ง่ายขึ้น เน้นเมนูที่มีกำไรสูง กำหนดราคาอย่างชาญฉลาด และเสนอเมนูเสริมอย่างมีกลยุทธ์ ธุรกิจอาหารก็สามารถเพิ่มผลกำไรและยอดขายรายวันได้อย่างมาก
เมนูอาหารที่ได้รับการปรับแต่งอย่างดีไม่ใช่แค่รายการอาหารเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือการขายที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความพึงพอใจของลูกค้า และการเติบโตในระยะยาว
